Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

จิตรกรผู้เขียนภาพผู้หญิงได้งดงาม แต่ชีวิตรักกลับอาภัพ


Gustav Klimt
จิตรกรชาวออสเตรียผู้เขียนภาพผู้หญิงได้งดงาม แต่ชีวิตรักกลับอาภัพ 
Gustav Klimt (กุสตาฟ คลิมท์) เกิดที่กรุง Wien (วีน – เวียนนา) ประเทศออสเตรีย เป็นลูกชายคนโตของช่างทอง ที่มีส่วนในการปลูกฝังนิสัยทางด้านศิลปะให้แก่เขามาตั้งแต่เด็ก งานของคลิมท์ส่วนใหญ่มีสีทองอยู่ในหลายภาพและเขาใช้มันได้อย่างกลมกลืน
คลิมท์ได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากโรงเรียนใกล้บ้าน ต่อมาได้เข้าเรียนในโรงเรียนประยุกต์ศิลป์ ซึ่งเป็นสถาบันประยุกต์ศิลป์ทันสมัยที่สุดของออสเตรีย คลิมท์เป็นมัณฑนากรและจิตรกรที่มีความคิดก้าวหน้าที่ชอบทำกิจกรรมเพื่อวงการศิลปะด้วย

คลิมท์มักจะเขียนภาพแนวเหมือนจริง เขาสามารถเขียนภาพคนจากภาพถ่ายได้เหมือนจริง และดูเป็นธรรมชาติราวกับเขียนมาจากคนต้นแบบ นอกจากนี้สีทองยังเป็นสีที่เขาชอบใช้และดูจะมีความสำคัญในผลงานของเขาไม่ใช่น้อย

สิ่งที่น่าสนใจในผลงาน ของกุสตาฟ คลิมท์ ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้ชื่นชมผลงานของเขามากที่สุดก็คือ การเขียนรูปทรงของคนและลวดลายให้มีความผสานกลมกลืนกันจนดูราวกับว่า ทั้งสองสิ่งนั้นหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียว...

Der Kuss (แดร์ คุส - จูบ) เป็นผลงานเอกที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาเป็นอย่างมาก ภาพนั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกรักของชายหนุ่มหญิงสาวที่มีต่อกันอย่างดูดดื่ม คนทั้งสองคุกเข่าอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีเรียงรายกันอย่างหนาแน่น เป็นภาพที่อ่อนหวานนุ่มนวลมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

นอกจากภาพบุคคลที่เขาชอบรังสรรค์มันขึ้นมาแล้ว คลิมท์ยังชอบเขียนทิวทัศน์อีกด้วย ทานตะวันดูจะเป็นไม้ดอกที่เขาชื่นชอบจะเขียนมาก การเขียนภาพคนและภาพทิวทัศน์ของคลิมท์นั้นค่อนข่างจะแตกต่างกัน ลวดลายที่แสดงความรู้สึกละเอียดอ่อนจะนำมาใช้กับการเขียนภาพคน ในขณะที่เขาจะใช้ฝีแปรงที่บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยวและเป็นอิสระกับงานทิวทัศน์

กุสตาฟ คลิมท์ ค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยกับสาธารณชน ดังนั้นผลงานของเขาจึงกลายเป็นตัวสื่อสารแทนเขาเสมอ
แม้ว่าคลิมต์จะได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเยี่ยมไว้ให้ประเทศออสเตรียและโลกไว้ไม่น้อยก็ตาม แต่ช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่เขาก็ไม่ได้รับเกียรติและการยอมรับเท่าที่ควร เขาถูกปฏิเสธจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของออสเตรียถึง 4 ครั้ง ก่อนที่จะได้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งวีน

สุดท้ายชีวิตของคลิมต์ก็เช่นเดียวกับศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยยากจน โดดเดี่ยว เขาล้มป่วยและต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในแฟลตในกรุงวีน ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1918

รายการบล็อกของฉัน